ทำไมพักนี้ถึงมีแต่เรื่องแย่ๆนะ
แต่ไอ้เรื่องแย่ๆทั้งหมดมันก็เกิดจากการเรียนทั้งนั้นแหล่ะนะ
งานทั้งหลายที่มันทับถมๆๆๆกัน ทำให้แทบไม่ได้กระดิกตัว
กลับบ้านการ์ตูนก็ไม่ได้อ่าน มีแต่งานบ้านกะการบ้าน
แล้วนี่แรงงานและความตั้งใจที่ทุ่มเทลงไปยังจะต้องสูญเปล่าอีก
เพราะวิชาที่ทำงานกลุ่มไป2ชิ้น+ตั้งใจสอบสุด
มันกลายเป็นวิชาที่ลงเรียนไม่ได้ไปซะงั้น
ด้วยเหตุผลที่ว่า คนละหลักสูตรกัน
ทำให้ตารางสอนเรารวนอีกแล้ว
กลายเป็นว่าจากเทอมหน้าที่จะเรียน6ตัว sit-in1ตัว
ก็เปลี่ยนเป็นเรียน7ตัว sit-in1ตัว เอาเข้าจริงๆต้องเรียน8ตัว(เกือบจะเป็น2เทอมแล้ว)
แล้วถ้ามีอะไรผิดพลาดขึ้นมาอีก มีหวังไม่จบแหงมๆเลยเนี่ย
เฮ้ออออออออ~~~~~~~~~~~~~~~~~~
ขอเขียนอะไรเล่นๆระบายอารมณ์หน่อยละกัน
.
.
.
Original Fiction :: Love Story # 1 Love Sick
เสียงฝนที่ตกอย่างไม่ขาดสาย ทำให้รู้สึกเหมือนห้องที่กำลังนอนอยู่กลายเป็นห้องปิดตายไปยังไงอย่างงั้น
ร่างกายที่ร้อนผ่าวเพราะพิษไข้ทำให้รู้สึกขัดแย้งกับอากาศที่เป็นอยู่
ไม่ชอบเอาซะเลยจริง!!
ในหัวเต็มไปด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง ทั้งๆที่ร่างกายอ่อนแรงจนแทบจะกระดิกตัวไม่ไหว แต่ความคิดที่แล่นในหัวกลับไม่ยอมหยุด
"บ้าเอ๊ย!!"
สบถเบาๆก่อนที่จะพยายามพลิกตัวให้อยู่ในท่าที่สบายเพื่อจะได้หลับให้เร็วขึ้นซักนิดก็ดี
ทำไมวันนี้อย่างนี้พ่อแม่ถึงไม่อยู่บ้านซักคนฟระ หนอย! ฮันนีมูนรอบสองอะไรกัน แค่เท่าที่เป็นอยู่ยังสวีทกันไม่พอเหรอไงกัน ดันทิ้งให้ลูกอยู่บ้านคนเดียวได้
ความคิดในหัวเริ่มพาลไปทั่ว
แล้วยังเจ้านั่นก็อีก ไปตายที่ไหนแล้วฟระ ไม่เห็นหัวมา3วันแล้วนะ ปกติล่ะโผล่มาให้เห็นทุกวัน แต่ทีงี้ล่ะหายเงียบเชียว
"....แย่ชะมัดเลย..." พึมพัมเบาๆ ก่อนจะหลับตาลงปล่อยให้หยาดน้ำที่คลออยู่ในตาไหลลงข้างแก้ม
ความรู้สึกอ่อนล้าและหดหู่ทั้งร่างกายและจิตใจ ทำให้น้ำตามันไหลออกมาเองอย่างหยุดยั้งไม่ได้
ความคิดที่เหนื่อยล้าค่อยๆดำดิ่งลงสู่ความมืดอย่างช้าๆ ก่อนที่สติจะจมดิ่งสู่ห้วงนิทรา เสียงกริ่งจากหน้าประตูก็เรียกให้สติทั้งหมดกลับคืนมาอย่างสมบูรณ์
"ใครกัน..?" น้ำเสียงแหบแห้งหลุดคำถามออกมาโดยไม่ได้คิด ใช้เวลาอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะนึกออกว่าต้องทำสิ่งใดต่อไป ในขณะนั้นเองเสียงกริ่งที่อยู่หน้าประตูก็ยังคงต่อเนื่องไปเรื่อย
ค่อยๆพาร่างที่อ่อนเพลียออกมาเปิดประตูให้กับผู้มาเยือน ตกตะลึงไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าผู้มาเยือนเป็นใคร
"สวัสดีครับ" ทักทายพร้อมกับรอยยิ้มอย่างสุภาพ ทำให้ลืมไปเลยว่าเจ้าตัวกำลังเปียกมะล่อกมะแล่ก "ขอโทษที่หายไปซะนานนะครับ เผอิญว่า..."
ฟังได้เพียงเท่านี้ ความโล่งใจ ความดีใจ และความรู้สึกอะไรอีกหลายๆอย่างที่เขาไม่รู้ว่าจะเรียกความรู้สึกเหล่านั้นอย่างไร ก็ทำให้เรี่ยวแรงที่เหลืออยู่น้อยนิดหมดลงในทันที
ไม่ไหวแล้ว ไม่มีแรงเลย ร่างบางคิดได้แค่นั้นก่อนที่จะทรุดฮวบลง แต่ด้วยปฏิกิริยาที่ตอบรับได้อย่างรวดเร็ว ทำให้แขนแข็งแกร่งกระชับร่างเข้าหาตัวได้ทันก่อนที่จะถึงพื้น
"รุ่นพี่!! เป็นอะไรรึเปล่าครับ?" เมื่อไม่มีการตอบสนองจากร่างในวงแขนจึงทำให้รับรู้ได้ถึงอุณหภูมิจากร่างกายของคนที่กำลังหมดสติ
เสียงเรียกอย่างเป็นห่วง ทำให้เขาอยากจะตอบไปว่า "ไม่เป็นไรหรอก แค่เป็นไข้หวัด" แต่คำพูดที่หลุดออกจากริมฝีปากสีระเรื่อกลับกลายเป็น "หายไปไหนมาตั้งนาน เจ้าบ้า!!"
.
เขาลืมตาตื่นขึ้นมาท่ามกลางความมืด เสียงของสายฝนที่ได้ยินตลอดทั้งวันเงียบลงแล้ว มีเพียงเสียงของแมลงที่ออกมาร่าเริงยามค่ำคืนเท่านั้น
".....นี่มันกี่โมงแล้ว?"
ร่างกายรู้สึกดีขึ้นกว่าตอนก่อนจะหลับไปเยอะ จึงยันตัวขึ้นหมายจะมองหานาฬิกา แต่เมื่อลุกขึ้นนั่งแล้วจึงได้รู้สึกตัวว่า มีคนฟุบหลับอยู่ข้างๆเตียง มองไปรอบก็มีแต่ความมืด แต่เมื่อสายตาปรับสภาพได้ เขาก็มองเห็นนาฬิกาได้โดยอาศัยเพียงแสงจางๆของดวงจันทร์
"ตี2?" ทันทีที่รู้เวลา ถึงแม้จะรู้สึกขอบคุณคนที่อุตส่าห์มานั่งเฝ้าไข้ให้มากแค่ไหน แต่ด้วยนิสัยปกติแล้วก็ทำให้มือมันขยับไปก่อนที่จะทันห้ามซะงั้น
"โอ๊ย!!" คนที่หลับอยู่ตื่นกระทันหันด้วยความเจ็บแปล๊บจากกำปั้นของอีกฝ่าย เมื่อเห็นว่าคนทำคือใคร ก็รีบกระตือรือร้นถามทันที
"รุ่นพี่ตื่นแล้วเหรอครับ รู้สึกเป็นยังไงบ้างครับ? ดีขึ้นหรือยัง? หิวไหมครับ? ถ้าไงเดี๋ยวผมไปหาอะไรอุ่นๆมาให้รองท้องดีกว่า ตอนนี้มัน..." ก้มลงมองนาฬิกา แล้วดูเหมือนจะเพิ่งรู้ตัวว่ามืด
"ตี2" ร่างเล็กต่อประโยคให้
"อ่า...ตี2แล้วเหรอเนี่ย.." ส่งยิ้มแหยๆให้ "ขอโทษทีนะครับที่เผลอหลับไป แต่ว่า...ถ้ายังไงให้ผมไปเตรียมอะไรอุ่นๆให้รองท้องก่อนมั๊ยครับ"
"นี่!! อย่าทำเหมือนเป็นเรื่องปกติได้มั๊ย? นี่มันตี2นะ แล้วนายๆไม่ต้องกลับบ้านเหรอไง" ตะคอกด้วยเสียงแหบแห้ง "แค่กๆๆๆ!!!"
"อ๊ะ รุ่นพี่เป็นอะไรมั๊ยครับ" รีบเข้าลูบหลังให้อย่างอ่อนโยน "อย่าเพิ่งใช้เสียงมากจะดีกว่านะครับ" แม้จะอยู่ในความมืดแต่ก็รู้ได้ทันทีว่าคนพูดคงจะยิ้มให้แบบทุกทีอยู่ "เรื่องที่บ้านผมบอกไปแล้วล่ะครับว่าจะค้างบ้านเพื่อน รับรองไม่ทำให้รุ่นพี่เดือดร้อนแน่ครับ"
ร่างสูงลุกขึ้นเดินไปเปิดไฟ ก่อนจะหันไปบอกกับร่างที่อยู่บนเตียง "รุ่นพี่นอนพักไปก่อนเถอะครับ เดี๋ยวผมจะทำอาหารให้ คิดว่าคงใช้เวลาไม่มากนักหรอกครับ" แล้วก็เดินออกจากห้องไป
ไม่นานนัก กลิ่นของข้าวต้มร้อนๆก็โชยมา พร้อมกับประตูที่เปิดออก ร่างสูงประคองถาดที่วางหม้อดินใบใหญ่เข้ามาในห้อง "ไม่รู้ว่ารสชาติจะถูกปากรึเปล่านะครับ" ว่างั้นแล้ววางถาดลงตรงหน้าให้กับคนที่อยู่บนเตียง
นั่งมองข้าวต้มที่ทั้งสีและกลิ่นชวนให้หิว ก่อนจะตักเข้าปากช้าๆ "อร่อยจัง! อร่อยมากเลย นายเนี่ยทำอาหารเก่งจังเลยนะ" กล่าวชมอย่างจริงใจ ก่อนจะตักข้าวคำต่อๆไปเข้าปาก
ร่างกายที่อ่อนเพลียดูเหมือนจะได้รับพลังงานจากสิ่งที่ทานเข้าไปทันที จึงทำให้ค่อยๆมีเรี่ยวแรงมากขึ้น
"นายล่ะ ไม่กินเหรอ?" ถามขึ้นเมื่อเห็นคนทำยืนมองเขากินอยู่ท่าเดียว
"ไม่ล่ะครับ รุ่นพี่กินไปเถอะครับ แค่ได้ดูรุ่นพี่กินผมก็อิ่มแล้วครับ" ตอบพร้อมรอยยิ้ม
"บ้า!! จะไปอิ่มได้ยังไงล่ะ มากินด้วยกันสิ" ตบที่ข้างๆบอกให้มานั่งด้วย
คนถูกสั่งทำตามอย่างว่าง่าย "ถ้ายังไง รุ่นพี่ป้อนผมหน่อยสิครับ"
คำขออย่างไม่คาดฝัน ทำให้คนที่กำลังจะตักข้าวเข้าปากค้างไปแว่บนึง หมอนที่ใช้หนุนหลังอยู่ถูกคว้ามาฟาดใส่ทันที
"ล้อเล่นน่ะครับ ผมไม่บังคับให้รุ่นพี่ทำอะไรที่ไม่อยากทำหรอกครับ" หัวเราะเบาๆในลำคอ แล้วจึงจัดการให้หมอนกลับไปอยู่ที่เดิม
คนนั่งมองรอยยิ้มแบบเดิมๆ หันมาจ้องช้อนอยู่พักหนึ่ง ก่อนตัดสินใจ
"บ้าจริง มัวแต่ตามใจชั้นอยู่นั่นแหล่ะ นายน่ะเด็กกว่าชั้นไม่ใช่เหรอ คนที่จะต้องถูกตามใจน่ะ ควรจะเป็นนายสิ" ยื่นช้อนที่เต็มไปด้วยข้าวต้มไปจ่อปากของคนที่นั่งข้าง "เอ้า กินสิ!!"
คลี่ยิ้มจางๆที่มุมปาก "ทานล่ะนะครับ" เมื่อจัดการกับช้อนที่ถูกยื่นมาแล้ว คนป้อนก็ทำท่าจะตักมาป้อนต่อ "พอแล้วล่ะครับ รุ่นพี่ทานไปเถอะครับ อร่อยมากครับ"
"เอางั้นเหรอ? นายกินไปนิดเดียวเองนะ ไม่หิวเหรอ?"
"ไม่เป็นไรครับ ทานไปเถอะ ถ้าทานเสร็จแล้วจะได้ทานยาแล้วนอนต่อนะครับ" หยิบยามาวางไว้ให้ใกล้แก้วน้ำ
"อืม" พยักหน้าหงึกๆ ก่อนจะลงมือจัดการกับข้าวต้มที่เหลืออยู่
.
เมื่อทานข้าวและยาเสร็จแล้ว ร่างสูงก็จัดการเก็บข้าวของและจัดให้เขาก็นอนลงพร้อมห่มผ้าให้ "ถ้างั้นวันนี้ผมไม่รบกวนแล้ว กลับก่อนนะครับ" ก้มลงหยิบเสื้อนอกที่วางอยู่ใกล้ๆ
"เอ๋!!! จะกลับแล้วเหรอ? ตอนนี้เนี่ยนะ? นี่มันตี3กว่าแล้วนะ" คนถามมองตาค้าง
"ผมไม่อยากรบกวนรุ่นพี่น่ะครับ" ตอบกลับพร้อมรอยยิ้มนุ่มนวล "รุ่นพี่ไม่สบาย ต้องพักผ่อนมากๆ ถ้าผมอยู่คงจะเป็นการรบกวน"
มือเล็กดึงชายเสื้อคนจะกลับบ้านไว้ "เดี๋ยวสิ คะ...ใครบอกว่ารบกวนกันล่ะ..." ใบหน้าแดงระเรื่อเพราะประโยคที่ตัวเองคิดว่าน่าอับอาย "จะค้างก็ได้นะ ยังไงพ่อกับแม่ก็ไม่อยู่ๆแล้ว"
"จะดีเหรอครับ ไม่รบกวนแน่เหรอครับ?" ถามด้วยสีหน้าเป็นกังวล
"ชั้นบอกว่าดีก็ดีสิ แต่ถ้านายอยากกลับมากนักล่ะก็ก็กลับไปซะ" กลบเกลื่อนความอายด้วยการทำเป็นโกรธ นิสัยเสียประจำของเขาจริงๆ พลิกตัวหันเข้าข้างฝาซ่อนนัยน์ตาที่คลอไปด้วยหยาดน้ำไว้
"ถ้ารุ่นพี่ว่าดี งั้นผมก็ขอรบกวนด้วยนะครับ" ก้มลงกระซิบข้างหู พร้อมใช้นิ้วปาดหยาดน้ำที่คลออยู่ในตา
ด้วยความอายทำให้รีบดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมซะมิด ไม่อยากโดนเห็นใบหน้าที่แดงก่ำในตอนนี้
เมื่อเห็นกิริยาเช่นนี้ก็ได้แต่ยิ้มเอ็นดู ก้มลงจูบเบาๆผ่านผ้าห่ม "ถ้างั้นผมจะปิดไฟแล้วนะครับ ฝันดีนะครับรุ่นพี่"
เมื่ออีกฝ่ายไม่ตอบอะไรจึงได้แต่ยิ้มจางๆกับตัวเองก่อนจะเดินไปปิดไฟ ก่อนที่นิ้วจะสัมผัสสวิชต์ไฟ เสียงของคนที่นอนคลุมโปลงอยู่ก็ดึงความสนใจของเขาไป
"ร..ราตรีสวัสดิ์" เสียงที่ตะกุกตะกักเพราะความเขินอาย ทำให้รอยยิ้มปรากฎบนใบหน้าอย่างไม่ตั้งใจ
"ราตรีสวัสดิ์ครับ รุ่นพี่"
.
.
.
จบแล้วๆๆๆ ออริฟิคที่เขียนภายในเวลาอันรวดเร็ว
เขียนฟิคระบายอารมณ์แย่ๆออกมาแล้วดีขึ้นเยอะ
ใครที่อ่านแล้วคิดว่ามันไม่ดีก็ขออภัยนะคับ ก็แค่อยากเขียนอ่ะนะ
ฟิคที่ไม่มีชื่อทั้งนายเอกและพระเอกออกมา เขียนแล้วยากจัง ไม่รู้จะเรียกอะไรดี
เหตุผลที่ไม่มีชื่ออะเหรอ เพราะว่า จะเขียนต่อน่ะสิ จะค่อยๆบอกทีล่ะอย่างๆไปละกัน
จะพยายามเขียนต่อไปอ่ะนะ แต่ช่วงนี้ก็ยิ่งไม่ว่างอยู่ ได้แต่บอกไปอย่างงั้นแหล่ะ
แต่ถ้ามีคนอ่านจะดีใจมากเลยนะ
ไม่ได้เขียนนานพักนี้เลยฝืด อยากเขียนฟิคปุริกะเมเนะเลยเขียนไม่ได้เลย
เอาล่ะ แค่นี้ละกัน เพราะเด๋วจะมีพรีเซนต์งาน แต่ยังไม่ได้เตรียมตัวเลย
บ๋ายบายแล้วเจอกัน
)
เรื่องพรีเซนต์สู้ๆ เน้อ