2007/Sep/19

** Dedicated to「幸村 精市」 **

Season ~Spring~

ภายในห้องห้องสีขาวที่ดูเรียบง่ายจนน่าเบื่อ เมื่อมองออกไปก็จะพบกับดอกไม้เล็กๆสีชมพูที่พร้อมใจกันบานสะพรั่งกันอยู่เต็มต้น ถึงแม้อากาศจะยังหนาวเย็นอยู่ แต่เสียงของเด็กๆที่ตื่นเต้นกับการไปโรงเรียนครั้งแรกและเสียงทักทายของเพื่อนที่ไม่ได้พบกันมาพักใหญ่ ก็ทำให้อดไม่ได้ที่จะผุดรอยยิ้มบางๆขึ้นบนริมฝีปาก

ร่างบางในห้องสีขาวกำลังเพลิดเพลินไปกับยามเช้าที่ตนห่างหายมาพักใหญ่ เสียงเคาะประตูเบาๆเรียกความสนใจของเขาให้มุ่งไปยังผู้มาเยือน

อรุณสวัสดิ์จ้ะ เซย์อิจิคุง พยาบาลเวรเช้าทักทายด้วยรอยยิ้ม

อรุณสวัสดิ์ครับ ร่างที่อยู่ในชุดนอนตอบกลับพร้อมกับส่งยิ้มตอบ ละจากหน้าต่างบานใหญ่เดินกลับมานั่งยังเตียงสีขาวอย่างรู้หน้าที่

การตรวจสุขภาพเพื่อดูความเปลี่ยนแปลงของร่างกายในยามเช้าเช่นนี้กลายเป็นเรื่องปกติไปตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ? จากวันหนึ่งในต้นฤดูหนาว ที่อยู่ๆภาพตรงหน้าก็ดับมืดไปอย่างไม่ทันตั้งตัว รู้สึกตัวอีกทีเขาก็มาอยู่ภายในห้องสีขาวนี้แล้ว

ความคิดที่เหม่อลอยไปไกลถูกเรียกกลับมาด้วยเสียงหวานใสของนางพยาบาล เอาล่ะจ้ะ เรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างปกติดี ถ้าเป็นอย่างนี้กำหนดการผ่าตัดก็คงจะไม่เปลี่ยนแปลง ดีจังเลยนะจ๊ะ

นั่นสิครับ ผมเองก็อยากจะหายไวๆจะได้กลับไปเล่นเทนนิสต่อได้ซักที เซย์อิจิตอบพร้อมกลับหัวเราะเบาๆ ในใจรู้สึกเจ็บแปลบ นี่เขาไมได้เล่นเทนนิสมานานแค่ไหนแล้วนะ? ถ้าผ่าตัดแล้วเขาจะสามารถเล่นเทนนิสได้เหมือนเดิมหรือเปล่านะ?

หลังจากจบบทสนทนาสั้นๆที่ไม่มีอะไรนอกเหนือไปจากการพูดคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ และเรื่องราวของเด็กๆที่แวะเวียนมาเล่นกับเขาบ่อยๆ นางพยาบาลสาวก็เข็นรถเข็นคันเล็กออกไปพร้อมกัน

ร่างบางพิงตัวลงกับเตียงที่ถูกปรับให้สูงขึ้น มองสีขาวเดิมๆด้วยความเบื่อหน่าย ก่อนที่จะตัดสินใจลุกไปยังหน้าต่างบานใหญ่อีกครั้ง ทิวทัศน์ข้างนอกยังคงให้ความรู้สึกเช่นเดิม ความรู้สึกที่ทำให้เขาคิดว่าหากตอนนี้เขาได้ไปเดินอยู่ท่ามกลางทิวทัศน์เช่นนั้นจะดีสักแค่ไหนกันนะ?

ดวงตาคู่สวยทอประกายเหงาๆ ทอดมองไปตามถนนที่ถูกตกแต่งไปด้วยสีเขียวและสีชมพู หากเขามาต้องมาเข้าโรงพยาบาลอยู่เช่นนี้ ป่านนี้ก็คงจะได้เดินชมความงามของดอกซากุระที่ผลิดอกอยู่เต็มสองฟากถนนระหว่างทางไปโรงเรียนอย่างสบายใจ

สายลมพัดพลิ้วพาเอากลีบดอกสีชมพูจางๆพร้อมกับกลิ่นหอมอ่อนๆเข้ามาในห้อง ราวกับอยากจะปลอบประโลมร่างที่ยืนมองพวกมันอยู่ให้คลายเหงา สีชมพูจางๆที่เกือบขาวของกลีบดอกแทบจะกลืนไปกับสีของฝ่ามือบาง เซย์อิจิก้มลงมองดูมือที่สั่นน้อยๆของตัวเอง หลับตาลงช้าๆก่อนจะรับรู้ถึงความรู้สึกชาแปลบที่แล่นไปทั่วร่างกายอยู่ตลอดเวลา เรี่ยวแรงที่เคยมีอยู่มันหายไปไหนหมดนะ? ตอนนี้สิ่งที่ยังคงทำงานได้เป็นอย่างดีก็คงมีแต่สมองเท่านั้นแหล่ะ ที่ยังคงคิดอะไรไปได้อย่างลื่นไหล

ถึงใจจะสู้แค่ไหน แต่ถ้าร่างกายเป็นซะอย่างนี้ ถึงเป็นชั้นคนนี้ก็คงไม่ไหวแฮะ หัวเราะขื่นๆในลำคอราวกับจะดูถูกตัวเอง มือเรียวที่ขาวซีดกำแน่นจนเล็บจิกฝ่ามือตัวเอง ร่างบางเอนตัวพิงขอบหน้าต่าง เหนื่อยจังเลยน้าาาาา... เสียงที่หลุดออกมาจากลำคอระหงนั่นแผ่วเบาเสียจนแทบจะจางหายไป มือที่กำอยู่ยิ่งกำแน่นยิ่งขึ้น ดูเหมือนความเจ็บปวดที่ได้รับอยู่ในขณะนี้จะเป็นสิ่งเดียวที่ยืนยันความรู้สึกมีชีวิตอยู่ของเขา

ความกดดันที่แฝงไปด้วยความอ่อนล้าซึ่งปกคลุมอยู่ภายในห้องสีขาวแห่งนี้ถูกทำลายลงด้วยเสียงเจี๊ยวจ๊าวของเด็กๆที่พร้อมใจกันกรูเข้ามาแน่ห้อง พร้อมร้องเรียกหา พี่เซย์อิจิ~~!! กันยกใหญ่ ทันทีที่เห็นเหล่าเด็กๆส่งเสียงทักทายเขาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ความคิดต่างๆนานาที่แล่นอยู่ในหัวก็ถูกเก็บเข้าไปในส่วนลึกทันที ตอบรับคำทักทายของเด็กๆด้วยสีหน้าของพี่ชายใจดีเช่นทุกวัน

*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

วันหนึ่งๆของเขามักจะเป็นเช่นนี้อยู่เสมอ พวกเด็กๆจะเข้ามาทักทายและเล่นกับเขาอยู่พักใหญ่ ก่อนที่จะถูกนางพยาบาลตามให้กลับห้องพัก จากนั้นเขาก็จะนั่งคิดตารางฝึกซ้อมสำหรับชมรม หลังอาหารกลางวันเพื่อให้ร่างกายที่อ่อนล้าได้พักผ่อนจึงต้องนอนพักสัก2-3ชั่วโมง เมื่อตื่นขึ้นมาเขาก็จะอ่านหนังสือฆ่าเวลาไปเรื่อยๆจนถึงเย็น ถึงแม้ว่าจะได้พบปะและพูดคุยกับคนอื่นๆอยู่เสมอ แต่สำหรับตัวเขาที่เคยได้ออกแรงฝึกซ้อมอยู่เสมอ การใช้ชีวิตเช่นนี้จึงเป็นเรื่องที่น่าเบื่อและบั่นทอนกำลังใจของเขาเป็นอย่างมาก

ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่ผู้มาเยือนจะก้าวเข้ามา แล้วเอ่ยทักทายเช่นทุกครั้ง อาการเป็นยังไงบ้างเซย์อิจิ?

ร่างบางที่เอนกายอ่านหนังสืออยู่บนเตียงก็หันมาตอบด้วยคำตอบเดิมๆ ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง จะถามคำถามเดิมๆอย่างนี้ทุกวันทำไมกัน? เก็นอิจิโร่ ปิดหนังสือที่อยู่ในมือแล้ววางไว้ที่โต๊ะข้างๆเตียง แล้วจึงหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งยื่นให้อีกฝ่าย

คนถูกย้อนไม่ตอบอะไร ลากเก้าอี้มานั่งข้างๆเตียงก่อนจะรับกระดาษที่อีกฝ่ายส่งมาดู ก็บอกแล้วไงว่าตอนนี้สิ่งที่นายต้องทำก็คือรักษาตัวให้หาย แค่ตารางซ้อมชั้นกับเรนจิทำกันเองได้น่ะ

แค่คิดตารางซ้อมแค่นี้ไม่ได้ทำให้อาการแย่ลงหรอกน่ะแล้วถึงไม่ทำก็ไม่ได้ทำให้อาการดีขึ้นด้วย คำตอบที่ดูเหมือนจะเป็นการดื้อแพ่งหลุดออกมาจากริมฝีปากซีดๆนั่น ทำเอาคนฟังต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่ ปกติก็เป็นคนที่เถียงไม่ค่อยจะได้อยู่แล้ว ยิ่งเข้าโรงพยาบาลมานี่แย้งซักคำก็แทบไม่ได้

เอาเถอะ ชั้นจะเอาตารางซ้อมนี่ไปให้เรนจิดูอีกทีละกัน ว่าพลางพับกระดาษที่ว่าลงไปในกระเป๋า

ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะก่อนที่ร่างบางจะเป็นฝ่ายเอ่ยปากขึ้นมาก่อน นี่ เก็นอิจิโร่ ถ้าชั้น...บอกว่าจะไม่ผ่าตัดล่ะ นายจะว่ายังไง?

คำถามที่คาดไม่ถึงทำเอาซานาดะลุกขึ้นมองหน้าอีกฝ่ายทันที นายจะบ้าเหรอไง ทุก.... ยังไม่ทันที่จะได้พูดสิ่งที่คิดอยู่ เสียงเคาะประตูก็ดังขัดจังหวะเสียก่อน

ผู้ที่เดินนำเข้ามาก่อนก็คือพยาบาลสาวที่คอยดูแลเขาอยู่เป็นประจำ เพื่อนๆมาเยี่ยมจ้ะ เธอกล่าวพร้อมกับส่งยิ้มเอ็นดูให้

เซย์อิจิยิ้มตอบ มองกลุ่มคนที่เดินตามเข้ามาด้วยรอยยิ้มตามปกติ เป็นยังไงบ้างทุกคน ขอบใจที่แวะมาหานะ

ซานาดะนี่ไม่ไหวเลยน้า... ไม่ยอมไปเลือกของเยี่ยมไข้ด้วยกัน แอบหนีมาก่อนได้ยังไงกัน เด็กหนุ่มผมแดงที่ถือกล่องใส่ขนมอยู่ในมือ บ่นเบาๆก่อนจะส่งกล่องขนมให้คนที่อยู่บนเตียง แล้วนั่งลงข้างๆ นี่ๆ ขนมนี่ ชั้นเลือกเองเลยนะ น่ากินมากเลยล่ะ

ฮะๆ ถ้าเรื่องขนมหวานล่ะก็เชื่อใจบุนตะได้อยู่แล้วล่ะ เซย์อิจิหัวเราะเบาๆขณะที่เปิดกล่องขนมตามที่อีกฝ่ายชักชวน

ใช่มั๊ยล่ะๆ เรื่องขนมหวานน่ะปล่อยให้เป็นหน้าที่ชั้นเอง มารุอิบอกพร้อมกับทำท่าภูมิใจ โอ๊ยย !! นิโอนายมาเขกหัวชั้นทำไมหน่ะ? มารุอิกุมหัวพร้อมกับหันกลับไปค้อนอีกฝ่าย

ซื้อมาฝากยูคิมูระ นายไม่ตั้งมาทำอ้อนขอกินด้วย นิโอบอกด้วยน้ำเสียงหมั่นไส้ พยายามลากเด็กหนุ่มผมแดงให้ออกห่างจากขนม

ฮะ ฮะ ฮะ ยูคิมูระหัวเราะเบาๆเมื่อคนถูกว่าหันมาส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากเขา เจ็บมั๊ย? ยื่นมือไปลูบศรีษะบริเวณที่ฝ่ายนั้นกุมไว้เบาๆ

ยูคิมูระคุงอย่าไปตามใจมารุอิคุงสิครับ แค่นี้มารุอิคุงก็มีคนตามใจมากเกินไปแล้ว ยางิวชายตาไปมองหนุ่มลูกครึ่งที่ยืนดูอยู่ห่างๆ

ห๊ะ!! ทำไมชั้นโดนไปด้วยล่ะเนี่ย? คนถูกพาดพิงอุทานอย่างไม่พอใจ ไม่ว่าจะเพราะมารุอิหรือจะอาคายะเขาโดนลูกหลงไปด้วยทุกที

ยางิวหันไปต่อว่าชายหนุ่มอีกคนโดยไม่สนใจเสียงประท้วงที่แว่วมา นิโอคุงเองก็เหมือนกัน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร การใช้กำลังทำร้ายร่างกายเป็นสิ่งที่ไม่สมควรนะครับ แล้วการที่พวกคุณจะมาเถียงกันต่อหน้าคนป่วยอย่างยูคิมูระคุงก็เป็นการไม่สมควรด้วย...

ยูคิมูระยิ้มแห้งๆ มองบรรดาเพื่อนๆที่ถูกหนุ่มแว่นผู้เอาจริงเอาจังคนนี้อบรม แต่แล้วก็นึกถึงใครบางคนขึ้นมา เด็กหนุ่มที่อายุน้อยที่สุดในบรรดาตัวจริง แต่ก็มีฝีมือที่ไม่แพ้ใคร แล้วอาคายะล่ะ? ไม่ได้มาด้วยเหรอ? เขาหันไปถามกับผู้ที่ได้ชื่อว่าเปป็นเสนาธิการของทีม

...คือว่าอาคายะคุงเค้า... ก่อนที่คนถูกถามจะได้ตอบ ก็มีคนชิงพูดขึ้นมาเสียก่อน

หมอนั่นติดสอบซ่อม!! วิชาภาษาอังกฤษเจ้านั่นติดตัวแดงเต็มไปหมดเลย สอบย่อยเมื่อวันก่อนคะแนนติดลบ วันนี้ก็เลยต้องอยู่สอบซ่อมล่ะ เจ้านั่นซื่อบื้อชมัด คนตอบแทนหัวเราะอารมณ์ดี ก่อนจะเล่าต่อไปว่า ตอนที่เจ้านั่นรู้ว่าจะมาเยี่ยมยูคิมูระนะ เจ้านั่นก็กะจะโดดมาแล้วล่ะ แต่ดันโดนอาจารย์จับได้ซะก่อน ในขณะที่บุนตะเล่าราวกับเป็นเรื่องตลก แต่คนอื่นๆกลับได้แต่ทำหน้าเหนื่อยใจกับพฤติกรรมของรุ่นน้องที่ออกจะบ้าบิ่นคนนี้

เสียงหัวเราะและพูดคุยเล่าเรื่องราวต่างๆทั้งในชมรมและในห้องเรียนกังวานในห้องสีขาวที่เคยเงียบเหงาแห่งนี้

เอาล่ะ วันนี้กลับกันได้แล้ว ยางิวเรียกให้นิโอและบุนตะที่นั่งแย่งที่คนป่วยอยู่บนเตียงเตรียมตัวกลับ แล้วจะมาเยี่ยมอีกนะยูคิมูระคุง แล้วจึงหันมาบอกลาให้กับคนป่วยด้วยรอยยิ้ม

หืม บุนตะแก้ม...เป็นแผลเหรอ? ไปทำอะไรมาน่ะ? ยูคิมูระถามขึ้นเมื่อเพิ่งสังเกตเห็นรอยถลอกบนแก้มของคนที่นั่งอยู่บนเตียงของเขามาตั้งนานสองนานก็ตอนที่อีกฝ่ายลุกขึ้น

อ๋อ นี่เหรอ แหะ แหะ นิดหน่อยน่ะนิดหน่อย อัจฉริยะอย่างชั้นนานๆก็พลาดทีเหมือนกัน เจ้าตัวหัวเราะกลบเกลื่อนราวกับไม่มีอะไร

จนถึงตอนนี้เขาเพิ่งสังเกตเห็นว่าทุกๆคนเองก็มีรอยถลอกปอกเปิกตามตัวกันคนละไม่น้อย นี่คงจะเป็นผลของการฝึกอย่างเอาจริงเอาจังสินะ ทุกคนกำลังพยายามเต็มที่สินะ พอคิดได้อย่างนี้ก็นึกสมเพชตัวเองขึ้นมาทันที ทั้งๆที่ทุกคนกำลังรอเขากลับไปอยู่ แต่เขามัวแต่มานั่งท้อแท้อยู่คนเดียวโดยไม่คิดถึงคนที่กำลังรอเขาอยู่เลย เขานี่มัน...ใช้ไม่ได้เลยจริงๆ

ทุกคน... คำพูดที่เอ่ยปากออกมาขณะที่มองแผ่นหลังของทุกคน นี่คือสิ่งเดียวที่เขาทำได้ในตอนนี้ พยายามเข้านะ ชั้นเองก็จะพยายาม จะกลับไปยืนอยู่บนคอร์ทกับพวกนายอีกครั้งให้เร็วที่สุด ทุกคนยิ้มรับคำพูดของเขาโดยไม่ได้ตอบอะไร ก่อนจะออกจากห้องไป

ซานาดะ... เขาเรียกชื่อคนที่กำลังจะออกจากห้องเป็นคนสุดท้าย คนถูกเรียกหันไปบอกกับคนอื่นๆให้ไปก่อนได้เลย ก่อนจะเดินมาหาเขา ขอโทษนะ ที่ชั้นพูดอะไรเอาแต่ใจออกไป ยูคิมูระพูดด้วยความสำนึกผิดจึงได้แต่ก้มหน้ามองผ้าห่มสีขาวที่คลุมตัวเขาอยู่

สัมผัสจากมือใหญ่ที่ลูบผมเขาเบาๆและคำพูดของอีกฝ่าย แทบทำให้เขากลั้นน้ำตาไม่อยู่ นายเองก็พยายามเข้านะ

เมื่ออีกฝ่ายออกจากห้องไป ยูคิมูระก็กลั้นน้ำตาต่อไปไม่ไหว หยาดน้ำใสๆเอ่อล้นจากดวงตาคู่สวย ชั้นจะพยายาม เพื่อตัวชั้น เพื่อพวกนายที่กำลังรอชั้น เพื่อวันที่ชั้นจะได้ไปยืนอยู่บนคอร์ทพร้อมกับพวกนายอีกครั้ง

เวลานี้ สีของซากุระนั้นช่างอ่อนโยน ลมหนาวที่พัดมายามค่ำคืนไม่ได้ทำให้รู้สึกหนาวเหน็บแต่อย่างไร แต่กลับทำให้รู้สึกปลอดโปร่ง แม้ว่าในขณะนี้ร่างกายของเขาจะไร้เรี่ยวแรง แต่จิตใจของเขากลับเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและความเชื่อมั่น ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะว่าเขารู้แล้วว่าถึงเขาจะอยู่คนเดียว แต่เขาก็ไม่ใช่ตัวคนเดียวอีกต่อไป เขายังมีสิ่งที่เรียกว่าทีมอยู่

*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

6เดือนถัดมา ท่ามกลางเสียงเชียร์และอากาศที่ร้อนอบอ้าว ในที่สุดความอดทนของเขาก็ไม่เสียเปล่า ความอ่อนแอในวันวานได้ทำให้เขาเข้มแข็งขึ้น และเขาไม่มีทางที่จะยอมแพ้ง่ายๆอย่างเด็ดขาด จะแพ้ไม่ได้เด็ดขาด เพื่อเกียรติของเขา เพื่อเกียรติของทีม และเพื่อทุกๆคนที่รอคอยเขามาโดยตลอด ชายหนุ่มในชุดแข่งสีเหลืองส้มคิดอย่างหนักแน่นในใจก่อนจะก้าวเท้าเข้าสู่สนามแข่งขันอย่างภาคภูมิ

終り。


edit @ 2007/09/19 18:47:53
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
....ตื่นเต้นดีใจ ได้อ่านต่อจนจบซะที

..จบได้แบบ ประโยคจบขนลุกเลยอ่ะ คุณลงท้ายได้ดีนะ

อ่านแล้วเห็นภาพเลย บรรยายละเอียดดีแฮะ เห็นภาพความงามของเซอิจิ โอยยย สวยยยยยยยยยย

...ถ้าได้อ่านก่อนหน้านี้ซัก2-3เดือน จะคล้อยตามได้มากกว่านี้ แต่ตอนนี้..เซอิจิ..เอ่อ... - -"

แต่ยังไงก็รักอยู่ดี

..
ปล. นี่มันฟิคซานะยูคินะเนี่ย ฮึๆๆ
#1  by  [:nakare:] as Sanada Genichirou At 2007-09-19 20:42, 
อ่านแล้วแอบชอบยูคิมุระและซานาดะมากขึ้นกว่าเดิม

น่าร๊ากกก~~

พี่อากิแต่งเก่งจริงๆเลยนะครับนี่
#2  by  TsubAmE At 2007-09-19 21:39, 
*-* อ่านจบแล้วชอบมากเลยยยยยย
ยางิวสุภาพบุรุษจริงๆน้า
ยูคิมุระก็น่ารัก *-* สวยยย โฮยยย
(ทำเอาเพ้อไปแล้วแหละจ้า)
#3  by  Uriel*幸村が大好き!! At 2007-09-24 03:05, 

<< Home


Akira Yoshitsune
View full profile