2008/Feb/29

Sweet Message On 29th Feb 2008

[[Yukimura Seiichi]] วันนี้เป็นวันที่สำคัญยิ่งกว่าวันไหนๆ เป็นวันที่4ปีจะมีซักครั้ง ไม่เหมือนกับวันคริสมาสต์หรือปีใหม่ที่มีกันอยู่ทุกปี แล้วทำไมเราถึงไม่ฉลองกันซะหน่อยล่ะ?... *ยิ้ม*

[[Echizen Ryoma]] หืมม? 29กุมภา... 4ปีจะมีซักครั้ง ก็น่าสนุกดีออกไม่ใช่เหรอ? เธอก็สนุกกับมันให้เต็มที่ด้วยสิ

[[Oshitari Yuushi]] ไม่ว่าจะเป็นวันไหนๆ ขอแค่ได้อยู่กับเธอ วันนั้นก็เป็นวันที่ชั้นมีความสุขที่สุดแล้วล่ะ แต่ถ้าเธอยังจะบอกว่าวันนี้พิเศษล่ะก็... เรามาสร้างความทรงจำดีๆร่วมกันเป็นที่ระลึกมั๊ยล่ะ?

[[Ibu Shinji]] วันที่29กุมภาอะไรกัน....ก็แค่วันธรรมดาอีกวันนึง....ไม่เห็นอะไรเป็นพิเศษเลย.....ทำเป็นตื่นเต้นกันไปได้....มันก็เหมือนกับทุกๆวันนั่นแหล่ะ....แต่ชั้นก็ไม่ได้เกลียดตรงจุดนี้ของเธอหรอก....จะไปไหนกันดีล่ะ?.....

[[Sengoku Kiyotsumi]] นี่ๆ อุตส่าห์เป็นวันที่4ปีมีครั้งแล้วแท้ๆนะ ไปเดทกันเป็นที่ระลึกเถอะ?

[[Toyama Kintaroh]] วันที่29กุมภา? หืม ไม่ได้มีอยู่ทุกปีเหรอ? อ๋า~เรื่องยากๆอย่างนั้นช่างมันเถอะ แค่สนุกกับทุกวันก็พอ เนอะ~

ปั่นฟิคจนสติแตก? ข้อความข้างบนเลยมาเป็นของแถม ตอนแรกว่าจะเอาให้ครบทุกโรงเรียน แต่แค่นี้พอแล้ว เดี๋ยวตายจริง-*-

เอาล่ะ ต่อไปก็ฟิคที่ร้างลาจากมือไปนาน รอบนี้เลยเขียนได้ไม่ค่อยดีเลย ครั้งหน้าจะไปศึกษาก่อนลงมือเขียน แต่รอบนี้ก็...เขียนไปแล้วล่ะ ก็ลองอ่านกันดูน้า~

 

「Engaged Ring」

"...ซักวันหนึ่ง ฟูจินายจะรอชั้นได้มั๊ย?" เสียงทุ้มที่คุ้นหู เอ่ยถามเขาด้วยน้ำเสียงหวั่นไหวแบบที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่แล้วความมืดก็เข้าปกคลุมรอบข้าง เมื่อเขาลิมตาขึ้นมา สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าก็คือเพคานสีขาวที่แสนจะคุ้นเคย ท้องฟ้าภายนอกยังคงมืดสนิท เช่นเดียวกับเมฆหมอกในใจของเขา

 

มือบางปาดน้ำตาที่คลออยู่ออกอย่างลวกๆ "...อา....ความฝัน...งั้นเหรอ" ภาพและคำพูดที่ติดอยู่ในความทรงจำของเขา ไม่ว่าจะผ่านมาซักกี่ปีก็ไม่สามารถลบไปจากความทรงจำได้เสียที ทั้งๆที่อยากจะตัดใจ แต่ส่วนหนึ่งในจิตใจก็ยังเชื่อมั่นคำพูดของคนๆนั้นมาเสมอ

 

"เทะสึกะ..." ฟูจิเอ่ยชื่อของคนที่อยู่ในความคิดคำนึงด้วยน้ำเสียงที่ราวกับเสียงกระซิบ น้ำตาที่ถูกปาดทิ้งเริ่มจะไหลรินจากดวงตาสีมรกตอีกครั้งโดยที่เจ้าของนัยน์ตาคู่นั้นไม่สามารถจะห้ามตัวเองได้อีกต่อไป เสียงสะอื้นที่หลุดออกมาจากริมฝีปากที่ถูกกัดไว้แน่นเบาจนแทบจะเลือนหายไปกับสายลม

 

ร่างบางนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียงนานเท่าใดก็ไม่รู้ จนกระทั่งเสียงของนาฬิกาปลุกดังขึ้นเมื่อถึงเวลาที่เขาจะต้องเตรียมตัวออกไปเรียนตามปกติ ฟูจิใช้มือปาดคราบน้ำตาที่แห้งอยู่บนใบหน้าอีกครั้งก่อนจะลุกจากเตียงแล้วเดินไปยังชั้นวางของที่อยู่ไม่ไกลจากเตียงนัก เปิดลิ้นชักเล็กๆแล้วจ้องมองของที่อยู่ในนั้นอย่างชั่งใจ ก่อนจะหยิบเอานาฬิกาข้อมือที่แม้ว่าจะเป็นของเก่าแต่ก็ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีออกมา

 

เขาไม่ได้หยิบนาฬิกาเรือนนี้ออกมานานเท่าไรแล้วนะ? ทุกๆครั้งที่ฝันที่เหตุการณ์นั้น... มือมันก็พาลจะพยายามหยิบนาฬิกาเรือนนี้ขึ้นมาดู แต่เขาก็พยายามที่จะหักห้ามใจที่จะไม่แตะต้องมันให้มากนัก เพราะทุกๆครั้งหัวใจของเขาจะเจ็บจนแทบทนไม่ไหวเมื่อได้เห็นนาฬิกาข้อมือที่อยู่กับเขามานานเรือนนี้ แม้กระทั้งในตอนนี้ความเจ็บปวดก็ยังคงแล่นอยู่ในอกเขา

 

"แบตเตอรี่หมดแล้วนี่..." ร่างบางมองเข็มนาฬิกาที่หยุดนิ่ง จะทำอย่างไรกับมันต่อดีนะ? ฟูจิคิด จะทั้งมันไปดี หรือว่า...จะยังเชื่อในคำพูดของคนที่เขารักต่อไปดี? คำถามที่ไม่มีใครสามารถบอกคำตอบให้แก่เขาได้นอกจาก......ตัวเอง

 

5ปีกับการรอคอย มันนานหรือไม่นานกันนะ? ฟูจิคิดขณะที่วักน้ำเย็นจัดขึ้นล้างหน้า เขาจ้องมองเงาของตัวเองในกระจกราวกับพยายามจะค้นหาคำตอบจากอีกฝ่าย สำหรับเขาแล้ววันคืนแห่งการรอคอยอย่างอ้างว้างมันช่างยาวนานเสียเหลือเกิน แต่ภาพเหตุการณ์ในวันนั้นก็กลับชัดเจนราวกับเกิดขึ้นเมื่อวาน ทั้งคำพูด ทั้งสัมผัส แม้กระทั่งสายลมที่พัดผ่านผิวกายในวันนั้น ทุกสิ่งล้วนยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำไม่จางหาย......

 

....... "ขอโทษที รอนานมั๊ย?" เสียงอันคุ้นเคยเอ่ยถามเมื่อเห็นเขาถูมือทั้งสองเข้าเข้าด้วยกันเพื่อคลายความหนาว วันนี้เป็นพิธีจบการศึกษาของพวกเขา และเทะสึกะก็ต้องไปมอบหมายงานในสภานักเรียนให้กับรุ่นน้องเป็นครั้งสุดท้าย

 

เขาส่ายหน้าเป็นการตอบกลับ "ไม่หรอก เพิ่งมาได้แป๊ปเดียวเอง ว่าแต่เทะสึกะจัดการกับงานของสภาเรียบร้อยแล้วเหรอ?"

 

"อา.." ร่างสูงดึงผ้าพันคอของตัวเองมาพันให้เขา "ขอโทษที่ทำให้รอนาน" ว่าแล้วก็จับมือทั้งสองข้างของคนร่างเล็กกว่าขึ้นมาแบ่งไออุ่นให้ "มือเย็นเชียว ระวังจะเป็นหวัดนะ"

 

"...ขอบใจ"ฟูจิเอ่ยขอบคุณเบาๆด้วยใบหน้าระเรื่อ ในใจรู้สึกอบอุ่นราวกับฤดูใบไม้ผลิ

 

ทั้งสองคนเดินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเดินเข้าไปยังสวนสาธารณะแห่งหนึ่งที่อยู่ระหว่างทาง พวกเขานั่งที่เก้าอี้ยาวในมุมที่เงียบสงบของสวน โดยไม่ได้พูดอะไรกันเลย ทั้งๆที่วันนี้เทะสึกะเป็นคนเรียกเขามาแท้ๆ มีอะไรบางอย่างที่ผิดปกติไป ฟูจิรู้สึกได้ เพราะในยามปกตินั้นแม้ว่าเทะสึกะจะไม่พูดอะไรออกมาเลย บรรยากาศรอบๆตัวพวกเขาจะให้ความรู้สึกสบายๆอยู่เสมอ แต่วันนี้ดูเหมือนเทะสึกะกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ ในที่สุดตัวเขาเองนั่นแหล่ะที่เป็นฝ่ายทนกับบรรยากาศน่าอึดอัดเช่นนี้ไม่ได้ จนต้องเป็นฝ่ายเอ่ยปากขึ้นมาก่อน

 

"เทะสึกะ วันนี้เรียกผมมาเนี่ย มีเรื่องอะไรเหรอ?" ร่างเล็กถาม พร้อมกับมองอีกฝ่ายอย่างต้องการคำตอบ

 

"...."

 

เทะสึกะไม่ตอบคำถามของเขา เขาจึงถามต่อไป "มีเรื่องอะไรที่อยากพูดกับผมรึเปล่า?"

 

"ฟูจิ...." ร่างสูงเรียกชื่อของเขาก่อนจะเงียบไปอีกพักใหญ่ เขาได้แต่นั่งเงียบรออีกฝ่ายพูดต่อ "ชั้นจะไปเยอรมัน....."

 

"!!!" เขารู้สึกว่าหัวใจของเขาหยุดเต้นไปวูบหนึ่ง ก่อนจะรีบระล่ำระลักถามคนที่นั่งนิ่งอยู่ข้างๆ "อา....รักษาแขนสินะ คราวนี้ไปนานเท่าไหร่ล่ะ?"

 

"ชั้นจะไปเรียนม.ปลายที่นั่น พร้อมกับรักษาแขนไปด้วย บางที...อาจจะเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่โน่นเลยก็ได้" ณ วินาทีนั้นเอง ที่ฟูจิรู้สึกราวกับว่าคนตรงหน้าเขากำลังพูดเรื่องของใครซักคน ที่มันไม่ได้เกี่ยวกับตัวเขาเลย เป็นเพียงแค่ต้องการให้เขารับรู้เรื่องของคนที่เขาไม่รู้จัก ไม่เกี่ยวข้อง ไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับเขา แต่ความเป็นจริงก็กลับกลายเป็นมีดที่กรีดแทงหัวใจของเขาให้เป็นแผลลึก ในเมื่อคนที่กำลังจะจากไปคือคนตรงหน้าของเขา คนที่เขารักที่สุด

 

"...ม.ปลาย. งั้นก็คงไม่ต่ำกว่า3ปีสินะ..." เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ พยายามบังคับไม่ให้เสียงของตัวเองสั่นมากกว่าที่เป็นอยู่ "เยอรมัน....ไกลจังเลยนะ" เจ้าของดวงตาสีมรกตก้มลงมองปลายนิ้วมือตัวเอง หวังว่าเส้นผมที่ปรกลงมาคงจะบังน้ำตาของเขาให้พ้นจากสายตาของคนที่นั่งอยู่ข้างๆเขาคนนี้ได้

 

เทะสึกะยื่นมือมาจับมือที่เล็กกว่าของคนข้างๆไว้ "...อาจจะฟังดูเห็นแก่ตัวไปหน่อย แต่....นายจะรอชั้นได้มั๊ย?"

 

ฟูจิเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย ในดวงตาคู่สวยถูกฉาบไปด้วยความรู้สึกอันหลากหลาย ทั้งตกใจ ดีใจ ไม่คาดฝัน ความรู้สึกต่างๆขัดแย้งกันจนสมองของเขาด้านชา ไม่สามารถจะคิดอะไรได้อีก จนกระทั่งเทะสึกะยื่นมือมาเช็ดน้ำตาให้กับเขาอย่างแผ่วเบา แล้วถามด้วยน้ำเสียงลังเล "....รอชั้นนะ?"

 

ร่างของเขาถูกดึงเข้าไปกอด "...นายจะรอชั้นได้มั๊ยฟูจิ" ร่างบางรับรู้ถึงความสั่นไหวจากร่างกายของคนที่กอดเขา

 

ฟูจิซบหน้าลงบนไหล่หนาทั้งน้ำตา "ผมจะรอ...นานแค่ไหนก็จะรอ".......

 

และนาฬิกาเรือนนี้คือ "ของแทนคำสัญญา" ที่อีกฝ่ายให้มาหลังจากการพบกันครั้งนั้น ซึ่งนั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาได้เห็นหน้าอีกฝ่าย

 

"กลับมาแล้วครับ..." ฟูจิพึมพำกับตัวเองเบาๆ เมื่อก้าวเข้าภายในห้องที่ไร้ผู้คน เพราะความฝันเมื่อเช้าแท้ๆทำให้วันนี้เขาก็ไม่มีเรี่ยวแรงจะทำอะไรทั้งสิ้น ความรู้สึกราวกับปวดหัวตะหงิดๆทำให้เขาตัดสินใจไม่เข้าเรียนช่วงบ่าย ร่างบางโยนกองจดหมายไว้บนโต๊ะโดยไม่ดู ก่อนจะล้มตัวลงนอนบนเตียงหลังใหญ่ เขาหยิบนาฬิกาข้อมือที่ได้รับจากเทะสึกะออกมาจากระเป๋า ตอนนื้เข็มบอกเวลากำลังเดินหน้าไปเรื่อยๆอย่างแม่นยำ เขาหยิบมันใส่กระเป๋าไปด้วยตอนที่ออกจากห้อง หลังจากคิดอยู่นาน ท้ายที่สุดก็ไม่อาจตัดใจปล่อยมันไว้เช่นนั้นได้ เพราะนาฬิกาเรือนนี้เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงระหว่างเขากับเทะสึกะ เขาอยากจะให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาเดินหน้าต่อไป ไม่ใช่หยุดอยู่กับที่เช่นในอดีต ฟูจิกำนาฬิกาไว้ในมือ ก่อนจะปล่อยให้ความคิดว่างเปล่า จนหลับไปในที่สุด

 

เสียงอะไรบางอย่างทำให้เขาหลุดออกจากห้วงนิทราที่มืดมิด ร่างบางลืมตาขึ้นมองไปภายในห้องที่บัดนี้ถูกอาบไปด้วยแสงอาทิตย์ยามเย็น เสียงออดดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้เขารู้สึกตื่นเต็มที่ ฟูจิวางนาฬิกาไว้บนโต๊ะ ก่อนจะเดินไปเปิดประตู "ครับ.. ใครครับ?"

 

ทันทีที่เห็นผู้มาเยือน เขารู้สึกราวอุณหภูมิในร่างกายเขาลดลงอย่างกระทันหัน นี่เขายังฝันอยู่ใช่ไหม? นี่...เป็นความฝันใช่ไหม? "เทะสึกะ...??" เขาเรียกชื่ออีกฝ่ายอย่างไม่แน่ใจ

 

"ฟูจิ??" ร่างสูงเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยความตกใจ เมื่อเห็นว่าดวงตาคู่สวยที่กำลังจ้องมองเขานั้นเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตา หลังจากที่ลังเลอยู่เพียงแค่เสี้ยววินาที เขาก็รั้งร่างเล็กกว่าเข้ามากอดพร้อมกับลูบผมเบาๆเพื่อปลอบประโลม "ขอโทษที่ทำให้นายรอนานขนาดนี้นะฟูจิ"

 

 

หลังจากที่สงบจิตสงบใจได้แล้ว ฟูจิก็ปาดน้ำตาทิ้งพร้อมทั้งเอ่ยด้วยรอยยิ้ม "ขอโทษทีร้องไห้เป็นเด็กไปได้ ตกใจไปหน่อยน่ะ เข้ามาก่อนสิ ข้างนอกคงหนาว ผมจะไปชงชาร้อนๆให้นะ" เขาปล่อยให้อีกฝ่ายอยู่ตามลำพังในส่วนที่ถูกจัดให้เป็นห้องรับแขก ก่อนจะเข้าครัวไปจัดแจงต้มน้ำและเลือกใบชาจากตู้เก็บของ

 

ไม่นานนักกลิ่นหอมของชาก็อบอวลไปทั่ว ฟูจิยกถาดชามาเสิร์ฟให้กับคนที่นั่งมองรอบๆห้องเขาอย่างสนอกสนใจ "ดื่มสิ ไม่รู้นะว่าจะอร่อยรึเปล่า มันเป็นชาที่ผมเพิ่งได้มาใหม่น่ะ" เขานั่งลงตรงข้ามกับคู่สนทนาก่อนจะยกชาขึ้นจิบโดยที่ไม่สามารถรับรู้รสชาติได้เลย ในหัวเต็มไปด้วยคำถามที่เขาอยากถามอีกฝ่าย ทั้งเรื่องที่กลับมากะทันหัน ทั้งเรื่องราวของเจ้าตัวในขณะนี้ แต่ตอนนี้เขากำลังดีใจที่ได้เจออีกฝ่ายจนพูดอะไรไม่ออกเลยซักนิด

 

ท่ามกลางห้องที่มีเพียงเสียงนาฬิกาและเสียงจิบชาเป็นระยะ เทะสึกะก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบที่แสนจะอึดอัดสำหรับฟูจิขึ้นมา "โทษทีนะ ดูเหมือนว่าจะส่งมาช้าไปจริงๆด้วย"

 

"เอ๊ะ?" ฟูจิทำหน้าสงสัย เขาไม่เข้าใจว่าเทะสึกะพูดถึงเรื่องอะไร จนกระทั่งอีกฝ่ายหยิบซองจดหมายสีฟ้าอ่อนออกมาจากกองจดหมายที่วางอยู่บนโต๊ะ "อ๊ะ!! นี่มัน..." ซองจดหมายฉบับนั้นถูกจ่าหน้าไว้อย่างเป็นระเบียบ และเขาก็รู้ดีว่าคนที่ส่งมาจะเป็นใครอื่นไปไม่ได้นอกจากคนตรงหน้าเขา ฟูจิรับซองจดหมายมาจากมืออีกฝ่ายมาเปิดดู

 

เขาใช้เวลาไม่นานในการอ่านเนื้อความทั้งหมด ทั้งเหตุผลในการกลับมาครั้งนี้ ทั้งเรื่องที่บอกว่าจะเอาของมาแลกเปลี่ยนกับนาฬิกาที่เคยให้เขาไว้ และคำลงท้ายจดหมายที่ทำเอาเขาหน้าแดง "รัก" การที่ต้องมาอ่านอะไรแบบนี้ต่อหน้าคนเขียนยิ่งทำให้เขารู้สึกเขินขึ้นมา ตอนเขียนจดหมายหาเขา เทะสึกะเขียนด้วยความรู้สึกยังไงนะ? "เทะสึกะ... ขอบคุณนะ จริงๆ ผมลืมไปแล้วด้วยละว่าวันนี้เป็นวันเกิดของผม" เขากล่าวขอบคุณด้วยใบหน้าที่แสดงความดีใจเต็มที่ ความรู้สึกกังวลใจที่เคยมี บัดนี้หายไปหมดแล้ว

 

"เอานาฬิกามาสิ" เทะสึกะบอก หยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋าโดยไม่ให้เขาเห็น

 

"อยู่ในห้องนอนผมน่ะ รอแป๊ปนึงนะ" เขาชี้ไปทางห้องนอน ก่อนจะลุกไปหยิบนาฬิกาที่ว่า โดยในหัวก็พาลนึกถึงสิ่งที่เทะสึกะถืออยู่ว่ามันคืออะไร หรือว่ามันจะคือของแลกเปลี่ยนที่ว่า?

 

"ชั้นไปด้วยสิ" เทะสึกะเดินตามหลังอีกฝ่ายไปโดยไม่รอคำอนุญาต

 

ภายในห้องที่ตกแต่งด้วยโทนสีขาว ทำให้เทะสึกะรู้สึกได้ถึงร่องรอยการใช้ชีวิตของร่างเล็กตรงหน้า ทั้งกองหนังสือที่วางไว้อย่างเป็นระเบียบ รูปถ่ายกับเพื่อนๆที่เขารู้จักและไม่รู้จัก ต้นกระบองเพชรเล็กๆที่ผลิดอกบานอย่างน่ารัก ระหว่างที่กำลังมองไปรอบๆ ฟูจิก็เดินไปหยิบนาฬิกาจากหัวเตียงมายื่นให้

 

"ต้องเอาคืนด้วยเหรอ?" ฟูจิบ่นลอยๆ เขาอยู่กับมันมา5ปี ถึงแม้ตอนที่เทะสึกะยังไม่กลับมา เขาคิดที่จะทิ้งมันไปหลายครั้งก็เถอะ แต่เขาก็ผูกพันกับมันไม่น้อยเลยทีเดียว

 

เทะสึกะยิ้มเอ็นดู เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำหน้างอนๆ เขาเก็บนาฬิกาลงในกระเป๋าเสื้อ ก่อนจะจับมือบางขึ้นมาจุมพิต "ชั้นอยากจะให้ของที่มีความหมายมากกว่านี้เป็น "สิ่งแทนคำสัญญา" ของเรา" แหวนเงินวงเล็กถูกสวมลงบนนิ้วเรียวยาว

 

การกระทำนี้ทำเอาฟูจิถึงกับพูดอะไรไม่ออก ใบหน้าระเรื่อและดวงตาชุ่มน้ำช่วยแสดงความรู้สึกของเจ้าตัวได้เป็นอย่างดี

 

"แล้วก็นี่" ร่างสูงหยิบนาฬิกาออกมาสวมให้กับข้อมือเล็ก "สุขสันต์วันเกิด" เสียงทุ้มนุ่มอวยพรก่อนจะแนบริมฝีปากลงบนหน้าผากเนียน แล้วจึงเปลี่ยนเป็นจูบซับน้ำตาให้

 

"ขอบคุณมากเลยนะ เทะสึกะ" ฟูจิปล่อยให้ร่างของเขาถูกรั้งไปอยู่ในอ้อมกอดของอีกฝ่าย ซึมซับความอบอุ่นอยู่เงียบๆ

 

คำอวยพรจากปากของคนที่เขาคิดถึงเป็นที่สุด หลังจากที่ไม่ได้พบกันมา5ปี สิ่งที่ช่วยยืนยันให้แน่ใจว่าวันเวลาที่เขารอคอยไม่สูญเปล่า และสัมผัสที่ราวกับจะชดเชยทุกสิ่งทุกอย่าง  เพียงแค่นี้นี่ก็เป็นวันเกิดที่ดีที่สุดแล้ว

Fin.

ปล. ตอบแฟคที่ค้างอยู่นะค้าบ~~

คิดว่า สิ่งที่อันตรายที่สุด ของการเลือกคบคน ไม่ว่าจะรูปแบบไหนคืออะไร...ทำไม

เราคิดว่าคือการที่เรามอบทุกสิ่งทุกอย่างให้กับเค้า โดยไม่มีการเว้นระยะห่าง มันยิ่งกว่าการเชื่อใจมากเกินไปอีกอ่ะ เพราะว่าถ้าเป็นอย่างนั้น หากเราโดนหักหลังหรือทรยศขึ้นมา ตาย100% มันจะทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่เหลืออะไรอีกแล้ว และบางทีอาจจะใช้ชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้อีกด้วย มันเจ็บจนเกินไป

ปล.2 หนีไปปั่นฟิคต่อ เจอกันอีกทีวันที่5 (ชักรู้สึกว่าหาเรื่องใส่ตัวตะหงิด-*-)

เอาล่ะ บ๋ายบี~ รักน้า~ >.<จู๊บบบบ *ส่งจูบ* ให้กับใครหลายๆคน

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
"เยอรมัน...ไกลจังนะ"cry ชอบคำนี้มากๆเลยค่ะ แม้จะดูห่างไกลแต่ก็ให้ความรู้สึกที่ใกล้ชิด
จะรออ่านฟิคต่อนะค่ะ(จะเป็นฟิคยุกกี้กับเรียวมะคุงอีกหรือเปล่า?)big smile
#1  by  RyoNa... At 2008-03-01 19:02, 
สวัสดีค่ะ เราต่าย ที่เคยเรียนญี่ปุ่นด้วยกันน่ะ
จำได้มั้ยนะ? ปลาจบไปแ้ล้วไม่ได้เจอกันเลย
ตอนนี้เจอแต่เขม เรียนเจแปนทูเดย์ด้วยกัน

ตอนนี้บ้าเทนิมิวเต็มตัวแล้วเหมือนกัน (ฮา)
ขอโทษด้วยค่ะ ที่ไม่ได้แวะเข้ามาเสียนาน

ฟิคคราวนี้หวานมากค่ะ big smile
#2  by  ★☆KyuubixUsagi At 2008-03-02 15:35, 

<< Home


Akira Yoshitsune
View full profile