โรว์แบ่งมาให้เล่น อิอิ เค้กที่แต่งหน้าเอง~
誕生日おめでとう~
幸村 精市
08.03.05
วันนี้เอาเค้กชิ้นเล็กๆไปก่อน ตั้งใจไว้ว่าปีนี้จะใช้เค้กก้อนเดียวกันกับยูคิมูระแต่ถ้าซื้อเค้กวันนี้เลยโรว์จะเล่นงานเราได้ เพราะงั้นรอหน่อยนะจ๊ะ ยูคิมูระคุง
ยูคิมูระ เซย์อิจิ จริงๆแล้วตอนเจอกันครั้งแรกเรายังไม่หลงรักเค้าหรอกนะ แต่พอเห็นหน้าหลายๆครั้งเข้าก็รู้สึกว่าสวยจัง และที่โดนใจที่สุดก็คือมาดเข้มๆของเค้า หลังจากนั้นก็หลงรักซะจนโงหัวไม่ขึ้น ชอบตรงที่เป็นคนที่ไม่ทะเยอทะยานจนเกินไป แค่สนุกไปกับเทนนิส ไม่ยึดติดกับการแพ้หรือชนะจนเกินไป และยิ้มรับกับทุกสิ่งได้ พูดถึงการยิ้ม ยูคิมูระเป็นคนที่ค่อนข้างจะยิ้มอยู่ตลอดเวลา เวลาที่คุยด้วยก็สุภาพ อ่อนโยนอยู่เสมอ ทำให้เป็นคนที่คุยด้วยแล้วสบายใจ ในบรรดาโดยจำนวนมากก็มีชี้ถึงจุดแปลกๆของตัวเค้า อย่างเรื่องแอบโหด หรือบ้าแบบหลุดโลก เราก็ชอบทั้งหมดนะ เพราะเค้าเป็นคนที่ค่อนข้างจะลึกลับ(เป็นตัวละครลับของปุริ)ทำให้มีความเป็นไปได้ลายแบบ และไม่ว่าจะเป็นแบบไหน เราก็รักที่เค้าเป็นเค้าอยู่ดี
ขอให้มีความสุขที่สุดนะคะ ยูคิมูระบุโจว
First Kiss
ดวงตาคู่สวยทอดมองยาวออกไปโดยไร้จุดหมาย รับรู้เพียงสีทึมๆของอาคารบ้านเรือนที่เรียงกันอยู่แน่นขนัดตัดกับสีอันสดใสของท้องฟ้าในยามบ่ายเช่นนี้ ขณะที่สายลมโชยพัดผ่านผิวแก้มแผ่วเบา ไล้ผ่านเส้นผมสีน้ำเงินให้พลิ้วไปตามแรงลม ในใจก็คิดอยู่ว่า หากได้เห็นเส้นขอบฟ้าคงจะดีไม่น้อย
สัมผัสแผ่วเบาจากปลายนิ้วเล็กๆที่แตะต้องต้นคอขาวตามอำเภอใจเรียกเสียงอุทานสั้นๆจากริมฝีปากบาง "...อ๊ะ!!" ด้วยความตกใจทำให้คนที่เหม่ออยู่ถึงกับสะดุ้ง แล้วรีบขยับตัวหนีปลายนิ้วนั้น ใบหน้าซีดเซียวหันมองผู้บุกรุกอาณาเขตของเขาทันที พร้อมกับมือที่จับต้นคอที่ยังคงหลงเหลือความรู้สึกจากสัมผัสนั้นอยู่
"คุณเป็น...กัปตันของสาธิตริคไค?" ผู้บุกรุกถามหน้าตาเฉย โดยไม่ใส่ใจกับปฏิกิริยาของคนตรงหน้า ราวกับว่าสิ่งที่ตัวเองทำลงไปเป็นเรื่องปกติที่ไม่จำเป็นจะต้องใส่ใจ
ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นเด็กที่เขาไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน แต่ชุดที่อีกฝ่ายสวมใส่อยู่ก็ช่วยอธิบายทุกอย่างให้กระจ่าง "เอจิเซ็น เรียวมะคุง...ใช่มั๊ย?" เมื่อเห็นว่าร่างเล็กพยักหน้าหงึกๆเป็นการตอบรับ เขาก็ส่งยิ้มให้อีกฝ่ายก่อนจะเขยิบให้อีกฝั่งนั่งลงข้างๆ
"คุณเป็นกัปตันของสาธิตริคไค?" ถามซ้ำอีกครั้งเมื่อนั่งลงเรียบร้อยแล้ว
สายตาที่มองตรงมายังเขาด้วยท่าทีซื่อๆทำให้เขาหัวเราะเบาๆ "ใช่แล้วล่ะ ชั้นยูคิมูระ เซย์อิจิ กัปตันชมรมเทนนิสสาธิตริคไค ยินดีที่ได้รู้จัก" ยื่นมือไปตรงหน้าของคนที่จ้องเขาตาไม่กระพริบ
"ยินดีที่ได้รู้จัก" ถึงจะมองมือที่ยื่นมาหาอย่างงงๆ แต่ก็ยื่นมือไปสัมผัสกับมือของอีกฝ่ายแต่โดยดี
"เป็นเด็กดีจังนะเธอเนี่ย" เสียงหัวเราะเบาๆอย่างเอ็นดูลอดออกมาจากริมฝีปากสีซากุระ "แล้วมาทำอะไรที่โรงพยาบาลล่ะ?"
"ก็เห็นคุณอยู่คนเดียว...จากข้างล่างนั่น" ชี้ไปยังอีกฟากของถนนที่อยู่หน้าโรงพยาบาล "เพนกวินกับคนอื่นล่ะ? วันนี้ไม่มาเหรอ?"
"เพนกวิน?" ยูคิมูระทำหน้าสงสัยกับคำเรียกแปลกๆ ถึงเขาจะเข้าใจดีว่าเด็กหนุ่มหมายถึงเพื่อนร่วมทีมของเขา แต่ก็อดจะถามออกไปไม่ได้
"ก็..คนๆนั้นถูกเรียกว่าKoutei(จักรพรรดิ) ไม่ใช่เหรอ? พอได้ยินทีไร ก็พาลนึกไปถึงKoutei Penguin(เพกวินจักรพรรดิ)ทุกทีเลย ยิ่งใส่หมวกสีดำยิ่งเหมือนใหญ่" คนอธิบายทำหน้าราวกับกำลังถามว่า ไม่คิดว่างั้นเหรอ?
"อุ๊บ!! ฮ่าๆๆๆๆ" ยูคิมูระหัวเราะจนตัวงอ ยิ่งเมื่อนึกถึงหน้าคนที่ถูกพาดพิงยิ่งเลิกหัวเราะไม่ได้ "ม...ไม่เคย...ได้ยินคนพูดถึงซานาดะแบบนี้เลย ฮ่าๆๆ"
"อ้าว หรือว่าไม่จริงล่ะ" คนถามทำตาใสซื่อ
"นั่นสิๆ อาจจะจริงก็ได้นะ ฮะๆๆ" คนที่ยังหัวเราะอยู่ปาดน้ำตาที่เกิดจากการหัวเราะมากเกินไปทิ้ง "ซานาดะน่ะเป็นคนเอาจริงเอาจัง แล้วก็เข้มงวดทั้งกับตัวเองแล้วก็คนอื่น พอถูกพูดถึงแบบนั้นก็เลยนึกภาพแปลกๆออกมาซะได้" ในหัวของยูคิมูระกำลังวาดภาพเพนกวินหน้าเหมือนซานาดะกำลังยืนตีหน้าเข้มอยู่ริมหน้าผา ยิ่งภาพเช่นนี้อยู่ในหัวเขาก็รู้สึกเห็นด้วยกับสิ่งที่เด็กหนุ่มตรงหน้าพูด
"เป็นคนเข้มงวดขนาดนั้นเลยเหรอ?" เรียวมะถาม ในสายตาของหนุ่มน้อยคนนี้ ซานาดะก็ไม่ได้ต่างอะไรไปจากเพนกวินที่เก่งเทนนิสที่เขาต้องล้มให้ได้
"อื้ม เข้มงวดสิ ขนาดชั้นเองยังเคยโดนต่อยไปทีนึงเลย ตอนนั้นเป็นเรื่องใหญ่ทั้งชมรมเลยล่ะ" ร่างสูงเล่าพร้อมกับรอยยิ้มน้อยๆเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ให้ครั้งนั้น
"ต่อย!!!" คนฟังอุทานด้วยความตกใจ หันไปมองหน้าราวกับไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่หลุดออกมากจากปากของเจ้าตัว แต่รอยยิ้มที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าคู่สนทนาก็บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าสิ่งที่เจ้าตัวเล่าเป็นเรื่องจริง "เจ้าเพนกวินนั่นมันกล้าต่อยหน้าสวยๆแบบนี้ได้ไง" บ่นเบาๆในลำคอก่อนจะยื่นมือไปแตะแก้มของอีกฝ่าย
ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกับผิวแก้ม ยูคิมูระก็สะดุ้งเล็กน้อยด้วยความตกใจ แต่เมื่อรับรู้ได้ถึงความห่วงใยจากสัมผัสของร่างเล็กตรงหน้าเขาก็ยิ้มรับด้วยใบหน้าระเรื่อ
"จะแก้แค้นให้เอง" เรียวมะบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง "จะเอาชนะเพื่อคุณ"
ยูคิมูระถึงกับอึ้งไปพักนึง ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ "ฮะๆ อย่างนี้ชั้นก็ลำบากใจสิ ถึงจะบอกว่าจะชนะเพื่อชั้นก็เถอะ ชั้นก็อยากให้โรงเรียนชั้นชนะเหมือนกันนะ"
"ถ้างั้น...ถือว่าผมแข่งเพื่อคุณก็แล้วกัน แต่ผมจะไม่ยอมแพ้หรอกนะ"
"เอาสิ ชั้นจะรอฟังผลนะ" คำตอบรับจากริมฝีปากสีซากุระทำให้รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าคนฟัง "แต่จริงๆแล้ว....ชั้นอยากจะเป็นคนแข่งกับเธอมากกว่าน้า"
นัยน์ตาสีน้ำทะเลที่มองไกลออกไปอย่างเศร้าสร้อย ทำให้เรียวมะอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปจับมืออีกฝ่ายไว้ "คุณกับเจ้าเพนกวินนั่น ใครแข็งแกร่งกว่ากัน?"
"อืมมม ไม่รู้สินะ แต่เวลาแข่งก็ไม่เคยแพ้นะ"
"ถ้างั้น มาแข่งกัน!!" มือที่กุมมือใหญ่ไว้บีบแน่นขึ้นแสดงถึงความเอาจริงของคนพูด
รอยยิ้มบนใบหน้าเนียนจางลงทันที เมื่ออีกฝ่ายพูดถึงเทนนิส ที่ตอนนี้ราวกับจะเป็นเรื่องต้องห้ามสำหรับเขา "สำหรับชั้นในตอนนี้...ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่เกินกำลังล่ะนะ" ยูคิมูระหัวเราะฝืดๆ ก้มหน้าลงมองมือที่ไร้กำลังของตัวเอง
"แต่คุณก็กำลังจะเข้าผ่าตัดไม่ใช่เหรอ?" เรียวมะถาม
"ก็ใช่ แต่..."
"ไม่มีแต่ พอคุณรักษาตัวจนหายแล้วล่ะก็ เราจะมาแข่งกัน ใช่แล้ว! การแข่งรอบชิงชนะเลิศไง!! เรามาแข่งกันในรอบชิงชนะเลิศนะ ห้ามแพ้ใครไปก่อนล่ะ" เด็กหนุ่มนัดแนะเสร็จสรรพราวกับว่าการเข้าแข่งรอบชิงชนะเลิศเป็นเรื่องง่ายๆ แต่มันก็เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความไม่ยอมแพ้ของอีกฝ่าย และความกระตือรือร้นนั้นก็ทำให้ยูคิมูระยิ้มได้อีกครั้ง
"ได้เลย ชั้นเองก็จะไม่ยอมแพ้เธอแน่ๆ จะรักษาตัวให้หายให้เร็วที่สุด แล้วจะรอแข่งกับเธอในรอบชิงชนะเลิศ ริคไคจะไม่ยอมเสียตำแหน่งแชมป์3สมัยไปแน่ๆ" ประโยคสุดท้ายนั้นเขาบอกกับตัวเอง ดวงตาเป็นประกายจ้องมองร่างเล็กอย่างนึกขอบคุณ
"ถ้างั้นก็ดี" เรียวมะลุกขึ้นสะพายกระเป๋าแร็คเก็ตขึ้นบ่า "กลับก่อนล่ะ"
"เอ๋ จะไปแล้วเหรอ?" ยูคิมูระลุกขึ้นตามอีกคนที่บอกว่าจะกลับกะทันหัน
"อื้ม" ตอบรับเพียงสั้นๆ ก่อนจะเดินย้อนกลับมาหาอีกฝ่าย เก้าอี้ยาวที่นั่งอยู่เมื่อครู่ขั้นอยู่ตรงกลางระหว่างพวกเขาสองคน เรียวมะจ้องหน้าคนที่ยืนอยู่ ก่อนจะทำหน้าแสดงอาการขัดใจ "นั่งลงหน่อยสิ"
"เอ๋?" ถึงจะสงสัย แต่ก็ทำตามคำขอของอีกฝ่ายแต่โดยดี พอเขานั่งลงแล้วหันหน้าไปหาคนที่ยืนอยู่หลังเก้าอี้จึงได้รู้ว่าพอเขานั่งลงแล้วความสูงของระดับใบหน้าจะไม่ต่างกันซักเท่าไหร่
เมื่อเห็นว่าอีกยูคิมูระนั่งลงดีแล้ว เรียวมะก็ยื่นหน้าเข้าไปประทับริมฝีปากลงบนริมฝีปากของอีกฝ่ายเบาๆ พร้อมกระซิบ "รักษาสุขภาพล่ะ" ก่อนจะเดินไปเปิดประตู้ที่เชื่อมกับตัวตึกออก แต่ก็ไม่ลืมที่จะหันมาส่งยิ้มหวานพร้อมกับบอกว่า "นี่ก็เย็นมากแล้ว กลับห้องได้แล้วล่ะ"
เสียงปิดประตูดังแกร๊ก ทำให้คนที่มัวแต่เอามือกุมริมฝีปากแดงแปร๊ดขึ้นมาโดยอัตโนมัติ แม้จะเพียงเสี้ยววินาที แต่ยูคิมูระก็มั่นใจว่าเขาเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของอีกฝ่าย ตอนที่ฝ่ายนั้นประทับริมฝีปากลงมา เขาเอนหลังพิงกับพนักเก้าอี้ ก่อนจะบ่นลอยๆอย่างหมดแรง "นั่นมันจูบแรกของชั้นนะ..."
終。
ปล.
- ฟิควันเกิดก็ดันแกล้งเจ้าตัวไปซะแล้ว เรื่องนี้เป็น ryomaxyukimura นะ แล้วคราวหน้าค่อยกลับกัน อิอิ
- เปลี่ยนแบ็คกราวน์เป็นรูปคนสวยแล้ว~
edit @ 5 Mar 2008 16:22:16 by Aki